1. เอกสารรายรับและรายจ่าย
- ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีของรอบบัญชีที่ปิด
- รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย หากกิจการจดทะเบียน VAT
- สัญญาซื้อขายหรือบริการที่สำคัญ และรายการที่ยังส่งมอบไม่ครบ
- เอกสารเงินเดือน ค่าจ้าง และหลักฐานนำส่งภาษี/เงินสมทบ
- หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่กิจการได้รับและที่ออกให้คู่ค้า แยกเก็บเป็นคนละชุด
2. ธนาคาร เงินกู้ และยอดคงค้าง
- Statement ทุกบัญชีธนาคารของกิจการ ครบทั้งรอบบัญชี รวมบัญชีที่ไม่มีความเคลื่อนไหว
- รายละเอียดลูกหนี้และเจ้าหนี้ ณ วันสิ้นรอบ พร้อมรายการที่ชำระภายหลัง
- สัญญาเงินกู้ เช่าซื้อ ลีสซิ่ง และหลักฐานการชำระที่เกี่ยวข้อง
- รายงานเงินสดย่อย เงินทดรอง และยอดคงค้างกับกรรมการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
3. ทรัพย์สินและสินค้าคงเหลือ
- ทะเบียนทรัพย์สิน พร้อมเอกสารซื้อ ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินระหว่างปี
- รายงานตรวจนับสินค้า ณ วันสิ้นรอบ และรายละเอียดสินค้าชำรุดหรือล้าสมัย
- หลักฐานรายการสำคัญที่เกิดใกล้วันสิ้นปี เช่น สินค้าระหว่างทางหรือบริการค้างรับ/ค้างจ่าย
ถ้ากิจการมีสต๊อก ควรประสานผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีก่อนวันตรวจนับ เพื่อหารือวิธีเก็บหลักฐานและแผนงานที่เหมาะสม
4. จัดเอกสารให้ค้นเจอและตรวจต่อได้
- แยกแฟ้มตามรอบเดือนและประเภทเอกสาร พร้อมตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย
- ทำรายการเอกสารที่ส่งแล้ว และรายการที่ยังขาด
- แนบหลักฐานรับ–จ่ายกับรายการที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการถามกลับ
- เก็บต้นฉบับตามข้อกำหนดที่ใช้กับกิจการ ไฟล์สแกนช่วยค้นหาแต่ไม่ควรถือว่าแทนต้นฉบับได้ทุกกรณี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุหน้าที่ของกิจการในการส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วน การตกลงวิธีส่งงานตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ทั้งสองฝ่ายติดตามข้อมูลชุดเดียวกันได้
อ้างอิง: คู่มือหน้าที่ของนิติบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (PDF)
เอกสารยังไม่ครบ เริ่มจากรายการที่ขาด
แจ้งสถานะจริงให้ผู้ทำบัญชีทราบ แล้วแยกสิ่งที่ต้องขอจากธนาคาร คู่ค้า หรือฝ่ายงานอื่น พร้อมผู้รับผิดชอบแต่ละรายการ จะช่วยให้ติดตามงานได้ง่ายกว่ารวบรวมใหม่ทั้งหมดตอนใกล้กำหนด
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยเตรียมงาน เงื่อนไขและกำหนดเวลาขึ้นกับข้อเท็จจริงของกิจการและประกาศที่ใช้ในขณะนั้น ควรตรวจข้อมูลจากหน่วยงานที่อ้างอิงก่อนดำเนินการ
อยากจัดงานบัญชีให้เป็นระบบขึ้น?
เล่าเรื่องธุรกิจและสิ่งที่อยากให้เราช่วย เริ่มต้นด้วยการปรึกษาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
