ภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เบื้องต้นที่ผู้ประกอบการต้องรู้

ก่อนจ่ายเงินให้คู่ค้า ควรเช็กทั้งประเภทการจ่ายและสถานะผู้รับเงิน เพราะคำว่า “ค่าบริการ” บนเอกสารเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอที่จะตัดสินอัตราภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่ตามกฎหมายจะหักภาษีบางส่วนจากเงินที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ผู้รับเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ตามสิทธิทางภาษี

ต้องดูข้อเท็จจริงร่วมกัน เช่น ประเภทเงินได้ ผู้จ่าย ผู้รับ จำนวนตามสัญญา และข้อยกเว้น ไม่ใช่ทุกการจ่ายที่ต้องหักในอัตราเดียวกัน

ตัวอย่างอัตราทั่วไปที่พบบ่อย

ตัวอย่างการจ่ายในประเทศ ต้องพิจารณาเงื่อนไขและข้อยกเว้น
ประเภทเงินได้อัตราทั่วไป
ค่าบริการ / ค่าจ้างทำของ3%
ค่าวิชาชีพอิสระ3%
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์5%
ค่าโฆษณา2%
ค่าขนส่งที่ไม่ใช่ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ1%

ตารางนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นตรวจรายการ ไม่ครอบคลุมผู้รับหรือธุรกรรมทุกประเภท รวมถึงข้อยกเว้นและมาตรการเฉพาะช่วงเวลา ควรตรวจคำสั่งที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้กับการจ่ายจริง

เตรียมนำส่งและเก็บหลักฐานอย่างไร

  • ตรวจแบบที่ใช้ เช่น ภ.ง.ด.3 สำหรับผู้รับบุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด.53 สำหรับผู้รับนิติบุคคล ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขของแบบนั้น
  • กำหนดปกติสำหรับการนำส่งตามคำสั่ง ท.ป.4/2528 คือภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน
  • ตรวจวันหยุดและสิทธิขยายเวลายื่นออนไลน์ตามประกาศที่ใช้ในขณะนั้น
  • เก็บหนังสือรับรอง หลักฐานจ่ายเงิน และหลักฐานนำส่งให้เชื่อมโยงกับรายการเดียวกัน

จัดระบบตรวจรายการก่อนจ่ายเงิน

ให้คนเตรียมจ่ายส่งเอกสารและข้อมูลผู้รับเงินให้ฝ่ายบัญชีก่อนโอน จัดช่องระบุประเภทการจ่าย อัตราที่ใช้ และผู้ตรวจสอบไว้ในรายการจ่าย หากพบรายการที่ไม่แน่ใจ ให้ตรวจเงื่อนไขก่อนออกหนังสือรับรอง

ถ้าพบว่าเคยหักหรือนำส่งไม่ถูกต้อง ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจเอกสารและวิธีแก้ไขตามข้อเท็จจริงของรายการนั้น

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยเตรียมงาน เงื่อนไขและกำหนดเวลาขึ้นกับข้อเท็จจริงของกิจการและประกาศที่ใช้ในขณะนั้น ควรตรวจข้อมูลจากหน่วยงานที่อ้างอิงก่อนดำเนินการ

อยากจัดงานบัญชีให้เป็นระบบขึ้น?

เล่าเรื่องธุรกิจและสิ่งที่อยากให้เราช่วย เริ่มต้นด้วยการปรึกษาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย